รู้จักหลอดไฟในบ้านก่อนซื้อ

วันก่อนแวะไปหาซื้อของที่แผนก hardware ในห้าง ก็บังเอิญให้ไปได้ยินลูกค้าสาวของห้างที่กำลังเดินหาซื้อหลอดไฟ แต่พอพนักงานขายถามว่าต้องการหลอดแบบไหน ลูกค้าสาวก็ยืนนิ่งนึกไปครู่หนึ่ง เธอบอกว่าตัวเธอเองก็ไม่รู้ว่าต้องซื้อหลอดแบบไหน รู้แค่ว่าโคมไฟที่บ้านหลอดขาดก็เลยมาหาซื้อ พนักงานขายก็ต้องเลยต้องอธิบายกันยกใหญ่ว่า หลอดไฟแบบไหนที่ลูกค้าสาวคนนี้ต้องการ

หลายคนก็คงจะเคยตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้มาแล้วเวลาจะไปซื้อหลอดไฟ ตั้งหลักให้ดี ก่อนออกจากบ้านไปซื้อหลอดลองเงยหน้าขึ้นไปดูสักนิดก่อนว่า โคมไฟของเรา ใช้หลอดไฟแบบไหน หลอดไส้ หลอดฮาโลเจน หลอดนีออน หรือหลอดประหยัดไฟ หรือสังเกตจากขั้วหลอด ว่าขั้วหลอดที่ติดอยู่ที่โคมไฟเป็นแบบไหน เพราะว่าหลอดไฟกับขั้วหลอดต้องเป็นชนิดเดียวกัน หรืออยู่ในกลุ่มเดียวกัน ถึงจะใส่ด้วยกันได้ เช่น ถ้าขั้วหลอดเป็นตระกูล E E14, E27 ก็จะใช้กับหลอดที่ฐานเกลียว อย่างหลอดไส้ หลอดจำปา หลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์ แต่ถ้าเป็นหลอดฟลูออเรสเซนต์ที่มีเขี้ยวยื่นออกมาจากปลายหลอด เอาไว้สวมเข้ากับชุดรางที่มีบัลลาตและสตาร์เตอร์

ส่วนหลอดที่เป็นกลุ่มฮาโลเจน ฐานหลอดจะเป็นเขี้ยวเหมือนกันแต่จะใช้กับขั้วเฉพาะรุ่นของแต่ละหลอด เช่น หลอด G4 ก็ต้องใช้กับขั้ว G4 หลอด G9 ก็ต้องใช้กับขั้ว G9 และหลอดบางหลอดในกลุ่มฮาโลเจนต้องใช้คู่กับหม้อแปลงไฟฟ้าอีกด้วย โคมไฟแต่ละตัวอาจจะใช้จำนวนหม้อแปลงไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับจำนวนวัตต์กับจำนวนหลอดที่ใช้ จะมีสูตรคำนวนหาจำนวนวัตต์ เอาไว้หาจำนวนหม้อแปลงที่ต้องใช้

จำนวน W ของโคมไฟ X จำนวนหลอดทั้งหมด = จำนวนวัตต์ที่ใช้ทั้งหมด

ยกตัวอย่างเช่น โคมไฟ 20w. ใช้หลอดฮาโลเจน 24หลอด คำนวนด้วยสูตรที่ว่า 20 X 24 = 480 จากนั้นก็เอาจำนวนวัตต์ที่ได้ มาเลือกหม้อแปลงที่มีจำนวนวัตต์เท่ากับจำนวนวัตต์ที่คำนวนได้ ถ้าคำนวนจำนวนวัตต์ออกมาได้เป็น 480 วัตต์ ก็ต้องไปหาหม้อแปลงที่มีจำนวนวัตต์เท่ากับ 480 (จำนวนวัตต์ของหม้อแปลงต้องเท่ากันหรือมากกว่าจำนวนวัตต์ที่คำนวนได้ ถ้าหม้อแปลง 1 ตัวให้จำนวนวัตต์น้อยกว่า ก็ต้องเพิ่มหม้อแปลงเข้าไปอีก 1 ตัว เพื่อให้จำนวนวัตต์เพียงพอกับจำนวนวัตต์ที่คำนวนได้)

แต่จะว่าไปก็ไม่แปลกเท่าไหร่ที่เราจะสับสบกับการเลือกหลอดไฟเพื่อเปลี่ยนหลอดใหม่ หรือซื้อหลอดใส่โคมไฟใหม่เพราะทุกวันนี้เรามีหลอดไฟให้เลือกใช้ซะจนเลือกไม่ถูก วันนี้ลองมารู้จักหลอดไฟแต่ละชนิดกันว่า แต่ละชนิดใช้กับงานส่องสว่างแบบไหนกันบ้าง

หลอดไส้ (Incandescent)
หลอดไส้มาตรฐานหลอดไฟให้แสงสีส้มรุ่นแรกๆ ในบ้านเรา มีใช้กันมาหลายสิบปี รูปร่างหน้าตารู้จักกันดีไม่ต้องแนะนำอะไรกันมาก สมัยก่อนนิยมใช้กับงานให้แสงสว่างในบ้านพักอาศัย ห้องอาหาร ห้องรับแขก แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยนิมกันแล้วเพราะกินไฟมาก คายความร้อน เปิดใช้ไม่นานหลอดจะร้อน อายุการใช้งานสั้นต้อง ประมาณ 1000ชม. (แต่ใช้งานจริง อายุจะสั้นกว่า) มีหลายขนาด 3, 25, 40,100 วัตต์ ใช้คู่กับขั้วชนิด E14 หรือ E27

แสงของหลอดไส้จะได้เปรียบหลอดชนิดอื่นตรงที่ เวลาส่องกับวัตถุต่างๆ แล้วสีของวัตถุจะไม่เพี้ยน ตามร้านเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ของประดับต่างๆ ชอบใช้กันเพราะสีสันของสินค้าจะไม่เพี้ยน และยังควบคุมปรับความเข้มของแสงด้วยตัวหรี่ไฟ (dimmer) ได้ด้วย ในตระกูลหลอดไส้ด้วยกัน ยังมีหลอดไส้หน้าตาแปลกๆ รวมอยู่อีกด้วย

– หลอดจำปาหรือหลอดเทียน (Candle shape) หน้าตาคล้ายกับดอกจำปา คนก็เลยเรียกชื่อตามรูปร่างที่มองเห็น บางคนก็เรียกหลอดเทียนเพราะรูปร่างคล้ายเปลวเทียน ส่วนใหญ่แล้วจะใช้กับโคมไฟสวยงาม โคมช่อ โคมระย้า แชนเดอเลียร์สวยงาม โดยเฉพาะแชนเดอเลียร์ประดับคริสตัลหรือแก้วเป่า เพราะว่ารูปทรงสวย มีขนาดเล็ก กว่าหลอดไส้ทั่วไป

– หลอดหัวปิงปอง ( Pingpong shape) หลอดทรงกลม ให้แสงสว่างรอบด้าน สำหรับโคมไฟขนาดเล็กหรือใช้เป็นไฟประดับขนาดเล็ก จะมีจำนวนวัตต์ 25, 40วัตต์ ส่วนใหญ่จะใช้ใส่กับโคมไฟให้แสงสว่างหรือโคมประดับผนัง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น